เตาเผาศพปลอดมลพิษ
          การเผาศพในประเทศไทยถือเป็นธรรมเนียมประเพณีของชาวพุทธที่ยึดถือปฏิบัติกันมานานจะพบการเผาศพได้ในทุกภาคของประเทศ
ขณะเดียวกันก็จะพบปัญหาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเขม่าควันและกลิ่นจากการเผาศพอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะในเขตชุมชนที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง
และมีเตาเผาศพตั้งอยู่ตามวัดต่างๆ จำนวนมาก เตาเผาศพจึงถูกนำมาพิจารณาว่าเป็นแหล่งก่อให้เกิดปัญหามลพิษ อันเนื่องมาจากเตาเผาศพแบบเดิม
ที่ใช้กันอยู่ในวัด ส่วนใหญ่จะมีห้องเผาเพียงห้องเดียว และกระบวนการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

การเผาไหม้อย่างสมบูรณ์
สารไฮโดรคาร์บอน  +  ออกซิเจน              ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์     +  ไอน้ำ  +  พลังงานความร้อน

เตาเผาศพในประเทศไทย สามารถแบ่งได้ 3 ประเภท ตามลักษณะเตาเผา ดังนี้

  1. เตาเผาแบบโบราณ มักจะใช้เตาเผาที่มีลักษณะเป็นแบบเปิดด้านบนสร้างจากอิฐก่อปูนขนาดของเตาเผาจะมีขนาดใกล้เคียงกับโลงศพ
    และมีความสูงตามความสะดวกในการปฏิบัติงานพิธีการเผาศพ จะวางโลงศพไว้ด้านบนและใส่ฟืนเป็นเชื้อเพลิงทางด้านล่างของเตา
    นอกจากนี้แล้วยังมีการเผาแบบเปิดโดยไม่มีเตาใดๆทั้งสิ้น โดยจะกองไม้ไว้บนพื้นดินและวางดิน และวางศพไว้ด้านบนของกองไม้
    ซึ่งจะทำการเผาประมาณ 3-5 ชั่วโมง ปริมาณการใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงประมาณ 2-6 ลูกบาศก์เมตรต่อการเผาศพ 1 ครั้ง
    เตาเผาศพแบบนี้ไม่สามารถกำจัดเชื้อโรค เชื้อรา ก๊าซพิษ กลิ่นเหม็น และฝุ่นละอองได้ ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง
    ดังนั้น ลักษณะการเผาศพแบบนี้มักจะตั้งอยู่ในชนบทที่โล่งห่างจากย่านพักอาศัย เนื่องจากต้องการให้ลมสามารถพัดพาควันเถ้า และกลิ่นต่างๆ
    กระจายไปได้ไกลเพื่อไม่ให้เป็นที่รบกวนต่อผู้คน
  2. เตาเผาแบบ 1 ห้องเผา จะมีลักษณะของเตาเผาเป็นรูปกล่อง หลังคาโค้งสร้างจากอิฐก่อปูนอาจมีประตูปิดทำจากแผ่นเหล็กหรือแผ่นเหล็กบุอิฐหรือฉนวนหรือไม่มีประตูเลยก็ได้ โดยทั่วไปขนาดด้านใน
    ของเตาเผาจะมีขนาดประมาณ 1.0 x 1.5 x 3.5 เมตร เตาเผาศพแบบนี้จะมีปล่องระบายอากาศเพื่อช่วยระบายควันและขี้เถ้าที่เกิดขึ้นให้
    กระจายและถูกพัดพาไปโดยลมได้ดีขึ้น จึงรบกวนผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงน้อยลงกว่าเตาเผาแบบโบราณ แต่ก็ยังเป็นปัญหากับผู้ที่อาศัย
    อยู่ไกลออกไป วิธีการการดำเนินการเผาศพก็คล้ายกับการเผาศพคล้ายกับเตาเผาแบบโบราณ ระยะเวลาในการเผาศพโดยเฉลี่ยประมาณ 2-4
    ชั่วโมง ปริมาณการใช้ไม้ฟืน 2-4 ลูกบาศก์เมตรหรือใช้ไม้ถ่าน 100-150 กิโลกรัมต่อการเผาศพ 1 ครั้ง
  3. เตาเผาแบบ 2 ห้องเผา จะมีลักษณะเป็นเตาเผาที่ทันสมัย โดยแบ่งการเผาไหม้เป็น 2 ส่วน คือ
    ส่วนแรกทำหน้าที่ให้ความร้อนแก่ร่างกายผู้เสียชีวิตโดยตรง ในห้องเผาไหม้แรกนี้จะเกิดควันและกลิ่นขึ้นจากการเผาศพ ดังนั้นจึงมี
    ห้องเผาไหม้ที่สองเกิดขึ้นเพื่อทำการกำจัดกลิ่นและควันที่เกิดขึ้น เตาเผาแบบนี้จะทำให้เกิดมลพิษน้อยกว่าเตาเผา 2 แบบแรกข้างต้น
    โดยทั่วไปเตาเผาแบบนี้จะสร้างจากอิฐทนไฟบุอยู่ในผนังเหล็กกล้า และมักจะใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลง เตาเผาแบบ 2
    ห้องเผานี้จะใช้หัวเผา (Burner) 2 หัวขึ้นไปในการให้ความร้อน ระยะเวลาในการเผาไหม้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง และใช้น้ำมันประมาณ 60-70
    ลิตรต่อการเผาศพ 1 ครั้ง

สาเหตุและการควบคุมมลพิษจากเตาเผาศพ

  1. เชื้อเพลิง รวมถึงโลงศพ วัสดุและสิ่งของที่รวมลงไปในโลงศพ โดยพบว่าหากเป็นเตาเผาที่ใช้ไม้ฟืนหรือถ่านเป็นเชื้อเพลิงมักจะเกิดปัญหามลพิษมากกว่าการใช้น้ำมันหรือก๊าซ เนื่องจากจะควบคุมปริมาณ
    เชื้อเพลิง อากาศ และอุณหภูมิในการเผาไหม้ให้เหมาะสมได้ค่อนข้างยาก ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์และเกิดมลพิษทางอากาศได้
    นอกจากนี้วัสดุและสิ่งของที่ใส่รวมลงไป เช้น พลาสติก ใยสังเคราะห์ หรืออื่นๆ ก็จะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศชนิดอื่นๆ ที่จะต้องคำนึงถึงด้วย
    ในการกำจัดมลพิษทางอากาศประเภทนี้ ต้องใช้อุณหภูมิการเผาไหม้ที่สูงมากพอสมควรหรืออาจต้องใช้ระบบบำบัดมลพิษเพิ่มเติมเป็นพิเศษด้วย
  2. การออกแบบเตาเผาศพ ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงเพื่อลดปัญหามลพิษที่อาจจะเกิดขึ้น คืออุณหภูมิในการเผาไหม้ ระยะเวลาในการเผาไหม้ รวมทั้ง
    ลักษณะการผสมผสานของอากาศในเตาเผา โดยพยายามทำให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ทั่วทั้งเตา และให้มีความสามารถเพียงพอในการทำให้
    มลพิษหรือกลิ่นที่เกิดขึ้นสลายตัวด้วย นอกจากนี้ เตาเผาศพแบบ 2 ห้องเผา ก็สามารถช่วยในการกำจัดมลพิษเช่น เขม่าควันและกลิ่นที่เกิดขึ้น
    จากการเผาศพในห้องเผาแรกก่อนที่จะระบายอากาศเสียออกสู่บรรยากาศภายนอก ทำให้ช่วยลดปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นได้
  3. ขั้นตอนการเดินระบบเผาไหม้ของเตาเผา เช่น การอุ่นเตาก่อนที่จะเริ่มทำการเผาศพ จะช่วยลดการเกิดมลพิษทางอากาศได้ระดับหนึ่ง และพบว่า
    แม้จะใช้เตาที่มีระบบการเผาไหม้ดี หรือใช้เชื้อเพลิงที่มีคุณภาพดี แต่หากไม่บำรุงรักษาเตาให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ หรือผู้ควบคุมการเดินระบบ
    เตาเผาไม่เดินระบบการเผาไหม้ ตามเกณฑ์ที่เหมาะสมก็จะเกิดปัญหาเขม่าควันและกลิ่นรบกวนได้เช่นกัน

          การควบคุมมลพิษทางอากาศจากเตาเผาศพที่ดีที่สุด คือ การมุ่งเน้นที่การขจัดสาเหตุการเกิดมลพิษทางอากาศดังล่าวข้างต้น เช่น การเลือก
ประเภทของเชื้อเพลิงที่ใช้ การควบคุมอุณหภูมิและลักษณะของการเผาไหม้ การลดวัสดุที่บรรจุร่วมไปกับศพ หรือการเลือกใช้เตาเผาศพแบบ 2
ห้องเผา เป็นต้น แต่หากการเผาศพยังคงมีการระบายมลพิษทางอากาศออกมาจนก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย
ของประชาชนอยู่ อาจจำเป็นต้องทำการบำบัดมลพิษทางอากาศที่ระบายออกมา เช่น การติดตั้งระบบกำจัดฝุ่นหรือก๊าซประเภทต่างๆ ร่วมด้วย
ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับการติดตั้ง การเดินระบบการบำรุงรักษาระบบบำบัดมลพิษเพิ่มขึ้นด้วย

             รายละเอียดแบบการสร้างเตาเผาศพ                            โบรชัวร์

        สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทีฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
                เบอร์ 0-2831-7299 ต่อ 341-345